iAke Blog Rotating Header Image

“Planking” คืออะไร

ช่วงนี้ วัยรุ่น และวัยเกินวัยรุ่นบ้านเรา กำลังฮิตถ่ายรูปท่า Planking แล้วโพสต์ลง Facebook กันมากมาย

วันนี้เรามาทำความรู้จักกันว่า เจ้าท่า Planking นี่มันมีความเป็นมายังไง ทำไมถึงฮิตกันขนาดนี้

Planking คือ ท่านอนคล้ายการแกล้งตาย โดยมีคุณสมบัติอยู่ว่า คนทำต้องนอนคว่ำหน้า มือเหยียดแนบชิดติดลำตัวขาเหยียดตรง และถูกถ่ายภาพดังกล่าวในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่สาธารณะ จุดล่อแหลม บนรถ บนเรือ บนเสา และภาพถ่ายดังกล่าวนั้นจะถูกโพสท์ลงในอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ทางสังคมต่างๆ เช่น เฟสบุ๊ค

Planking แปลโดยตรงว่า “การปูกระดาน” ซึ่งในที่นี้คนทำ planking น่าจะหมายถึงใช้คนเป็นกระดานซะเอง

Planking ไม่มีจุดกำเนิดที่แน่นอนแต่คาดว่ากำเนิดขึ้นราวปี 2007 ในยุโรป และเริ่มได้รับความสนใจในเฟสบุ๊คในปี 2009 จาก “Lying Down Game” จนกลายมาเป็น planking ที่แพร่หลายในปัจจุบัน โดยมีแพร่หลายมากที่สุดในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งที่เป็นตัวอย่างฮือฮากันมากได้แก่นักฟุตบอลชาวออสซี่ที่ชื่อ David Williams ทำท่า planking ในการแข่งขัน National Rugby League เมื่อสามารถทำคะแนนได้สำเร็จ

สำหรับประเทศไทย ได้มีเว็บไซต์ plankingthailand รวมถึงเฟสบุ๊ค plankingthailand ที่ปัจจุบันมีคนถูกใจกว่าหมื่นคน และมีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทุกวันนี้แทบจะมีรูปภาพคนทำ planking อยู่ทุกวันในเฟสบุ๊ค ไม่เว้นแม้แต่ดาราไทยหรือ คนดังต่างๆ

David Williams

planking pic

planking risk

planking death

plank

planking on pole

*คำเตือน!! ผู้ที่จะทำท่านอนตายต้องระวังความปลอดภัยด้วยนะจ๊ะ*

แพลงกิ้ง Planking

แพลงกิ้ง Planking

แพลงกิ้ง Planking

แพลงกิ้ง Planking

แพลงกิ้ง Planking

แพลงกิ้ง Planking

แพลงกิ้ง Planking

แพลงกิ้ง Planking

แพลงกิ้ง Planking

แพลงกิ้ง Planking

[ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต]

มีเพียง 55 คนใน 100 คน ที่อ่านข้อความนี้อย่างง่ายดาย

มีเพียง 55 คนใน 100 คน ที่อ่านข้อความนี้อย่างง่ายดาย

คณุอาน่ได้มยั้

ถ้าคณุอาน่บทคาวมนี้ได้ คณุมีความคดิที่แขง็แรงพอ

สวคมรเลยนะ คณุอาน่ได้หรอืเลป่าล่ะ

มีแค่ 55 คนจาก 100 เท่านนั้แล่หะที่อาน่ได้

ฉนัไม่อายกจะเชอื่เลยว่า ฉนัเข้าใจสงิ่ที่

ฉนักำลงัอาน่อู่ยนี้

มนัเปน็ปฎกราากรณ์ของคาวมคดิของม์ษุยน

ผลการศกึาษวจิยัจาก มวหายิทัาลย แบมคิร์จด

ก่าลวว่า มนัไม่สคำญเลย

ว่าตวัอรัษกเยีรงถตอ้กูงหรอืไม่ในคำคำหนงึ่ มนัส

คำญแค่ว่า

ตวัอษักรแรกและตวัอษกัรตวัสดุทาย้ของคำนนั้อู่ยในตนำ

แห่งที่ถกูตอ้ง

ที่เลืหอนนั้มนัจะมวั่ซวั่อ่ายงไร คณุก็อาน่มนัได้อู่ยดี ไม่

มีปหญัา

ที่เปน็อาย่งนี้เราพะคาวมคดิของมษุน์ยนนั้ ไม่ได้

อาน่ตวัอษกัรทกุตวัซกัหอน่ย แต่อาน่เปน็คำเตม็ ๆ คำ

สดุยอดเลยใช่มยั้ล่ะ ใช่เลย

แต่ยงัไงฉนัก็คดิว่าการสกะดมนัสคำญันะ

ถ้าคณุอาน่บควาบมนี้ได้ ชว่ยม้เนหอน่ยนะ

มันง่ายไปมั้ย ??

เอาความจริงมาฝาก ” ออฟฟิศเจ้าเอย”

1. เวลาเจ้านายเข้ามาตรวจงาน msn มักมีปัญหาเออเร่อขึ้นมาทันที ส่วนใหญ่คือย่อหน้าต่างไม่ได้

2. การกินกาแฟแก้ง่วงที่ถูกต้องคือ กินแก้วเล็ก 3 in 1 หลายคนดับอนาถมาแล้วกับกาแฟแก้ว 18 บาทของเซเว่น อิ่มเกิน อิ่มแล้วง่วงกว่าเก่าอีกต่างหาก

3. บางคนเข้าห้องน้ำนาน ไม่ใช่ท้องเสีย แต่เข้าไปแอบหลับ….

4. ใครจะเชื่อว่าเหตุผลยอดฮิตในการลางานคือ ไปงานศพ ฮิตยิ่งกว่าไม่สบาย หรือลาไปทำธุระอะไรซะอีก

5. บางคนมาทำงานเช้าไม่ใช่เพราะขยัน แต่เพราะรีบมาเก็บผัก

6. ใช้เครื่องบริษัทปริ้นท์งานส่วนตัว เป็นคนดีแค่ไหนมันก็ทำครับ

7. การฟังเพลงเวลาทำงานไม่ผิด แต่ถ้าเพลงนั้นออกมาจากอินเตอร์เน็ต จะกลายเป็นว่าคุณมีความผิดเล่นเน็ตเวลาทำงานทันที (อะไรวะ… )

8.  ออกไปซื้อของในเวลางาน ผิด  แต่ถ้าออกไปซื้อกาแฟ ไม่ผิด แม้ว่า 2 อย่างนี้จะมาจากเซเว่นสาขาเดียวกัน

9. คนที่ขี้ฟ้องที่สุดไม่ใช่แม่บ้าน ไม่ใช่ธุรการ แต่เป็นยามนี่แหละ ตัวแสบ

10. ลูกค้าคือพระเจ้า แต่ลับหลังนี่ เราแอบด่าพระเจ้าก็บ่อยเหมือนกัน

11. การมีไวรัสมีอยู่ทุกเครื่อง บางทีก็เป็นเรื่องดี เพราะสามารถทำให้เราแอบโบ้ยมันได้ ในกรณีที่เราทำงานเสีย หรือพลาดโง่ๆ ซะเอง

12. บริษัทไหนเจริญแล้ว จะมีเกย์และกระเทยสิงสถิตย์อยู่ ยิ่งมีมาก แสดงว่าเจริญมาก

13. บางคนอยากให้บริษัทเจริญ เปลี่ยนมันตอนนั้นเลยก็มี

14. แค่โจรกรรมปากกาข้ามแผนก เรื่องธรรมดาของทุกบริษัท ไม่ต้องแค้นฝังหุ่นนักก็ได้

15. สาวๆ บริษัทอื่น มักจะแจ่มกว่าบริษัทตัวเองเสมอ เช่นเดียวกับหนุ่มๆ ในบริษัทตัวเอง จะดูกากส์กว่าบริษัทอื่นเช่นกัน

16. เพื่อนบางคนเห็นขี้อาย ไม่ค่อยพูด แต่พอพาไปคาราโอเกะไม่ยอมวางไมค์ก็มี กลับกันบางคนพูดมาก แต่***ป๊อดไม่กล้าจับไมค์ซะงั้น

17. ใครลากลับบ้านต่างจังหวัด แล้วไม่กลับมาพร้อมของฝาก ถือเป็นความผิด

18. หนุ่มๆ สาวๆ ถ้าเพิ่งไปทำผมมา วันรุ่งขึ้นไม่มีใครทัก พิจารณาตัวเองด่วน

19. ฉลองในบริษัททำไมต้องพิซซ่า ฉลองนอกบริษัททำไมต้องหมูกระทะ ถ้าเจ้านายพาไปทำไมต้องเป็นคาราโอเกะ

20. วันไหนไม่มีงานทำ วันนั้นจะเป็นวันที่อยากอยู่ทำโอทีมากที่สุด ผิดกับวันไหนงานเยอะเป็นภูเขา อยากจะกลับบ้านรีบหนีโอทีให้ไกลๆ

21. กรี๊งงง… “เฮ้ย โทรมาทำ…อะไรวะ……. อ้าววว บอสเหรอครับ  เห็นเบอร์ไม่คุ้น”

22. ส่วนผสมกาแฟที่หมดเร็วที่สุดมักเป็นครีมเทียม รองลงมาก็น้ำตาล ฉะนั้นอย่าแปลกใจว่าครั้งหนึ่งในชีวิต คุณจะเคยชงกาแฟเปล่าๆ กินกับน้ำร้อนมาแล้ว

23. ไม่มีเวลาออกกำลังกายที่ไหน ก็เวลาที่มี***เอาไปดูหนัง ไปนั่งเม้าท์ในผับหมดนี่หว่า พอปลิ้นขึ้นมาโทษไม่มีเวลาซะงั้น

24. การอัพรูปดิสเพลย์ใน Facebook ถือเป็นการแข่งขันอย่างหนึ่ง

25. วันที่คนติดธุระมากที่สุด คือวันพุธ ต่างคนต่างติดธุระต่างที่กัน แต่อาจจะไปเจอกันที่หน้าโรงหนังโรงเดียวกันก็ได้ เอ้า ใครจะไปรู้

26. อย่าแปลกใจถ้าคนทำงานเยอะๆ จะร้องเพลงได้หลายเพลง แต่จำชื่อเพลง ชื่อนักร้องไม่ได้  ก็แหงล่ะ เพลงโหลดมาทั้งนั้น

27. ทั้งๆ ที่เจอหน้ากันทุกวัน แต่ก็ยังมีคนแอบงอนด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่เห็นไปเม้นท์ให้บ้างเลย

28. วันที่อยากจะเลิกเล่น Facebook ที่สุด คือวันที่ดันเผลอไปแอดเจ้านายเป็นเพื่อน รู้สึกพลาดยิ่งกว่าไปแอดพวกอีช่างแท๊กมาซะอีก

29. เล่นไพ่ในบริษัทเหรอ เปล่า พวกผมเล่นอูโน่ ไม่ผิด ลันลา ลันลา ละ ละ ลั้นๆ ลา

30. บางคนโล่งใจว่าย่อหน้าต่าง msn ทัน แต่ก็ตายสนิทเมื่อมีเสียง ตุดุ๊ง!!! ดังขึ้น

จาก pantip ครับ