หลายต่อหลายครั้งที่ปรากฏ การณ์ธรรมชาติบนท้องฟ้าฝากความประทับใจมีความเคลื่อนไหวให้ติดตามต่อเนื่อง มาและจากปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนที่ยังคงไม่ลืมเลือนกันเมื่อเดือนธันวาคมปี ที่ผ่านมา
ในวันนี้เป็นอีกครั้งที่บน ท้องฟ้าจะเกิดปรากฏการณ์ สุริยุปราคา ให้ติดตามเฝ้ารอชมกันโดยปรากฏการณ์สุริยุปราคาเป็นสุริยุปราคาแบบวงแหวน เส้นทางคราสผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรอินเดียและแม้จะไม่ผ่านประเทศ ไทยแต่ก็สามารถเห็นปรากฏการณ์นี้ได้ในแบบสุริยุปราคาบางส่วน
ก่อนสุริยุปราคาจะเกิดขึ้นโดยสามารถสังเกตได้ในช่วงเวลาบ่ายทุกพื้นที่ของ ประเทศอาจารย์ประพีร์ วิราพร นายกสมาคมดาราศาสตร์ไทย ให้ความรู้เล่าถึงการเกิดขึ้นของสุริยุปราคาว่า สุริยุปราคาเป็นเรื่องที่ดวง อาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลกโคจรมาอยู่ในระนาบและแนวเดียวกัน โดยดวงจันทร์อยู่ตรงกลางซึ่งเมื่อเงาของดวงจันทร์บังแสงอาทิตย์ ที่ส่องมายังโลก ทำให้มองไม่เห็นดวงอาทิตย์
สุริยุปราคามีลักษณะเงามืดและเงามัว ถ้าอยู่ในเงามืดบังแสงอาทิตย์สนิทก็จะเกิด สุริยุปราคาเต็มดวง แต่หากอยู่ในเงามัวก็จะเป็น สุริยุปราคาบางส่วน ส่วนอีกลักษณะเป็น สุริยุปราคาวงแหวน เป็นการบังกันไม่สนิทจะเห็นแสงสว่างรอบดวงอาทิตย์
“ในปีนี้ประเทศไทย สามารถสังเกตปรากฏการณ์ธรรม ชาติสุริยุปราคาได้ถึงสองครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นวันนี้ซึ่งเผอิญ ตรงกับวันตรุษจีน ขณะที่อีกครั้งจะเกิดขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคมช่วงเช้า 07.00-09.00 น. เป็นสุริยุปราคาเต็มดวง แต่ประเทศไทยจะเห็นเป็นบางส่วนเห็นดวงอาทิตย์แหว่งเว้าเป็นบางส่วนเช่นกัน”
สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ประเทศที่สามารถมองเห็นสุริยุปราคาแบบวงแหวน ส่วนใหญ่อยู่ในทะเล มีเพียงบางส่วนของประเทศอินโดนีเซีย ทางใต้เกาะสุมาตราที่จะสังเกตเห็นสุริยุปราคาวงแหวน ส่วนประเทศไทยในพื้น ที่ต่าง ๆ สามารถเห็นสุริยุปราคาได้โดยเวลาจะต่างกันไปนับแต่เวลาประมาณ 15.38-18.00 น. ซึ่งทางสมาคมฯได้รวบรวมเผยแพร่ไว้ ในเว็บไซต์ http://thaiastro.nectec.or.th ซึ่งสามารถเข้าไป ศึกษาได้โดยจังหวัดที่จะเห็นได้ก่อนเป็นจังหวัดทางภาคใต้เริ่มจากยะลา สตูลในเวลาประมาณ 15.38 น. ส่วนกรุงเทพมหานครจะเริ่มสังเกตเห็นเวลาประมาณ 15.53 น. โดยจะบังเต็มที่เวลา 17.00 น.
ในการเกิดสุริยุปราคาที่ผ่านมามีหลายครั้ง แต่ที่เห็นเต็มดวงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2538 จากนั้นมาก็ไม่มีสุริยุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นอีก เห็นแต่เพียงบางส่วนอย่างเมื่อไม่นานมานี้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551 ก็เกิดสุริยุปราคาแต่ด้วยอยู่ในช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกและอยู่ในฤดูฝนมีเมฆมาก ครั้งนั้นจึงสร้างความผิดหวังให้กับการเฝ้ารอชม
“สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นในช่วงพระจันทร์แรม 15 ค่ำ หรือ ขึ้น 1 ค่ำ ครั้งนี้เผอิญตรงกับวันตรุษจีน ในทางดาราศาสตร์สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการเรียนรู้แสดงให้เห็นว่าดวง อาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ มีดาวเคราะห์โคจรรอบ ลักษณะเดียวกันก็มีดวงจันทร์เป็นบริวารของโลกโคจรรอบโลก
แต่การที่วัตถุสามสิ่งมาบังกันได้จะต้องโคจรได้จังหวะอยู่ ในระนาบเดียวกันและแนวเดียวกัน เมื่อดวงจันทร์บังแสงอาทิตย์ โลกอยู่ในเงามืดทำให้เราเห็นดวงอาทิตย์ซึ่งโดยทั่วไป พระอาทิตย์มีแสงจ้ามากไม่มีโอกาสที่จะเห็นบรรยากาศชั้นนอกของดวงอาทิตย์ แต่เมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นจึงเป็นอีกโอกาสอันดีในการศึกษา”
ในมิติของนักดาราศาสตร์จะศึกษาเก็บภาพเหล่านี้ซึ่งในการเกิดขึ้นแต่ละครั้ง จะมีความต่างกันเป็นเรื่องของการศึกษาวิจัย ส่วนในมิติของนักเรียนปรากฏการณ์นี้มีข้อดีหลายประการเช่นกัน นอกจากการเรียนศึกษาจากตำราเรียน การเกิดขึ้นทำให้ได้เห็นของจริงที่ไม่ใช่จากแบบจำลอง จากสารคดี ภาพยนตร์ ฯลฯ ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นการสังเกตการณ์ ปฏิบัติการจริงจากห้องเรียนท้องฟ้ามีความหมายต่อการส่งเสริมต่อยอดการศึกษา ก่อเกิดความสนใจในการเรียนรู้เข้าใจดาราศาสตร์ลึกซึ้งขึ้น
นอกจากความเคลื่อนไหวทางดาราศาสตร์ ทางโหราศาสตร์จากปรากฏการณ์ธรรมชาติสุริยุปราคามีความเคลื่อนไหวให้ติดตาม เช่นกัน ส่วนหนึ่งจาก การบอกเล่า อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติให้ความรู้ว่า ทางโหราศาสตร์อธิบายถึงเรื่องอุปราคาไว้ โดยอุปราคาหมายถึง ดวงดาวอะไรก็ตามที่แสดงที่เคยส่องสว่างอยู่ถูกบังคับให้มืดมัวลง อุปราคาแบ่งออกเป็น สองจำพวกคือ อุปราคาของดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง อาทิ ดาวฤกษ์ต่าง ๆ ดวงอาทิตย์ ส่วนอุปราคาอีกชนิดคือ ดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง อย่างเช่น ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์
อิทธิพลของอุปราคาที่จะเกิดขึ้นสุริยุปราคาจะให้ผลกว้าง ๆทางด้านการเมือง ทางสังคม ในทางโหราศาสตร์จะดูพื้นที่ที่เห็น อุปราคา แต่ละพื้นที่จะให้อิทธิพลที่ไม่เท่ากัน บางพื้นที่ก็ได้รับอิทธิพลมากน้อยต่างกันไป อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับชนิดของอุปราคา อย่างถ้าเป็นเต็มดวงก็จะมากกว่าอุปราคาที่เป็นวงแหวนหรือเป็นบางส่วน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ต้องมองว่าอุปราคาเกิดที่ไหน
ครั้งนี้อุปราคาเกิดในราศีมังกรในระยะ 12 องศา 31 ลิปดาเป็นสุริยุปราคาแบบวงแหวนแต่ประเทศไทยจะเห็นเป็นบางส่วน ทางโหราศาสตร์อธิบายอิทธิพลของอุปราคาทั้งราศีประเภทใดชนิดใด ราศีธาตุ เกิดในภพใด เกิดขึ้นในนักษัตรฤกษ์ใด ตรียางค์ใด พาดผ่านดาวใด รัศมีของคราส พาดผ่านดาวอะไรในดวงชะตาที่พิจารณา อีกทั้งมีดาวอะไรเข้ามาสัมพันธ์หรือสมาคมกับจุดอุปราคา อย่างคราวนี้จะเห็นว่ามีดาวที่เข้ามาที่เห็นมีดาวพฤหัสบดี อยู่ที่ระยะ 12 องศา 9 ลิปดา ดาว อังคารซึ่งจะยกในวันรุ่งขึ้นย้ายเข้าสู่ราศีมังกร พาดผ่านดาวจันทร์
“อุปราคาครั้งนี้เกิดตรงกับวันตรุษจีนซึ่งนาน ๆ ครั้งจึงจะเกิดขึ้น อย่างที่กล่าวมาทางโหราศาสตร์อธิบายถึงอิทธิพลของ อุปราคาด้านต่าง ๆ อย่างรัศมีของคราสพาดผ่านดาวอะไรในดวงชะตา จะมีก็ในราศีตรงข้ามมีดาวจันทร์อยู่ตรงข้ามอยู่ในภพที่สี่ ภพนี้หมายถึงที่ดินเรื่องการเกษตร เจ้าของที่ดิน คนงานพืชผลที่เกิดจากพื้นดินเหมืองแร่ อาคารพืชผลไร่นา ธัญญาหาร เหตุการณ์ภายในประเทศ ฯลฯ ดาวเคราะห์ที่อยู่ในภพนี้อาจ มีอิทธิพลต่อดินฟ้าอากาศก็อาจทำให้ดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปรปรวนจากหนาวจัดอาจ ร้อนขึ้นได้”
อีกสิ่งที่มีความสำคัญดาวอะไรเข้ามาสมาคมกับอุปราคา การเกิดอุปราคาครั้งนี้ไม่ใช่แค่ พระอาทิตย์ถูกบังอย่างเดียว พระจันทร์ดับประการที่สามดาวพฤหัสบดีอยู่ตรงนี้ด้วย ฉะนั้นเมื่อดาวพฤหัสบดีดับแล้วอยู่ใกล้กับอุปราคาความหมายของดาวพฤหัสบดีก็ จะ เสียไป เมื่อดาวพฤหัสบดีดับอยู่ในรัศมีของคราสพาดผ่านต้องเพ่งเล็ง ต้องระวังดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ ดูแลการใช้ความรู้ มีสติมีความรอบ คอบในการใช้ความรู้วิชาการในการประกอบอาชีพ ส่วนอังคาร ยกเข้าไปในราศีธาตุดินก็ต้องระมัดระวังเรื่องดิน อุบัติภัยที่เกิดจากดิน อากาศยานตึกสูงก็ต้องระมัดระวัง ระวังอุบัติภัยทั้งที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ภัยธรรมชาติ เป็นต้น
ทางด้านดีของอุปราคาก็มีเพราะเมื่อนานครั้งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ทำ ให้เกิดความสนใจมีการศึกษาให้ความรู้กัน อุปราคาที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหมือนการเตือนสติสอนใจให้อภัยกัน สำรวจการดำเนินชีวิตเมื่อเห็นว่าสิ่งไหนไม่ดีก็ปรับปรุงแก้ไข ดำเนินชีวิตด้วยความสุขุมรอบคอบระมัดระวัง อีกด้านหนึ่งเป็นเหมือนกำลังใจให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ แก้ไขทำสิ่งดีในปัจจุบันซึ่งก็จะส่งผลในอนาคตทั้งที่ใกล้และไกล
จากที่กล่าวมาส่วนหนึ่งนี้คือสุริยุปราคาปรากฏการณ์ท้องฟ้าอีกช่วงเวลาที่มี ความหมายเป็นเวลาดีในการส่งเสริมความรู้ศึกษาดาราศาสตร์อย่างใกล้ชิดอีก ครั้งหนึ่ง.
สังเกตสุริยุปราคาปลอดภัย
การเฝ้าชมปรากฏการณ์ธรรมชาติสุริยุปราคาต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนหนึ่งจากข้อมูลคำแนะนำจากศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช.ให้ความรู้ว่า การเกิดสุริยุปราคาบางส่วนแม้ช่วงเวลาการเกิดจะเป็นช่วงเย็น แต่ก็ไม่ควรมองด้วยตาเปล่าเพราะแสงอาทิตย์ยังคงมีพลังงานสูง โดยรังสีจาก ดวงอาทิตย์อาจทำลายจอประสาทตามีผลทำให้จอรับภาพเสื่อมในระยะยาว อีกทั้งนักดาราศาสตร์ยังเตือนระวัง ห้ามดูสุริยุปราคาผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องส่องดูดาวที่ไม่ได้ติดตั้ง แผ่นกรองแสงเด็ดขาด เพราะกล้องดูดาวใช้เลนส์ที่รับแสงโดยตรง เลนส์จะทำหน้าที่รวมแสงเข้าสู่ลำกล้อง แสงอาทิตย์จะพุ่งเข้าสู่เลนส์ตาอาจมีผลทำให้ตาบอดทันที
การเฝ้าชมที่ปลอดภัย นอกจากการมอง ดูโดยใช้แผ่นกรองแสงอาทิตย์ ซึ่งแผ่นกรองแสงอาทิตย์ที่นำมาใช้ควรเป็นแผ่นกรองแสงที่มีคุณภาพและสร้าง ขึ้นเพื่อกรองแสงอาทิตย์โดยเฉพาะ มองผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่ติดตั้งแผ่นกรองแสงอาทิตย์ การดูดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์จะช่วยให้เห็นรายละเอียดของพื้นผิวบนดวง ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามฟิลเตอร์ที่ใช้ต้องมีคุณภาพสูง วิธีโปรเจคชั่น ฉายภาพดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือ กล้องสองตาลงบนฉากรับภาพ เป็นต้น ส่วนถ้าไม่มีแผ่นกรองแสงหรือทัศนูปกรณ์อื่น อาจใช้วัสดุที่ พบได้ง่ายในบ้านมาช่วยในการสังเกตสุริยุปราคาซึ่งสมาคมดาราศาสตร์แนะนำให้ ความรู้ว่าสามารถใช้หลักการของ กล้องรูเข็ม นำกระดาษเจาะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1 ซม. ปิดทับลงบนกระจกเงา สะท้อนแสงอาทิตย์ให้แสงตกบนผนังสีอ่อนหรือฉากรับภาพสีขาวที่อยู่ในบ้าน ภาพที่เห็นบนฉากคือภาพสะท้อนของดวงอาทิตย์ อีกวิธีที่จะช่วยการชมปรากฏการณ์ท้องฟ้าได้อย่างปลอดภัยและชมพร้อมกันได้ หลายคน.
พงษ์พรรณ บุญเลิศ
http://www.dailynews.co.th
iAke.png)

